ปัญหาที่มักพบในการแปลภาษาญี่ปุ่นและวิธีแก้

                    สวัสดีครับ จากบทความก่อนที่ผมได้เขียนไว้เกี่ยวกับข้อแนะนำการแปลภาษาญี่ปุ่นสำหรับนักแปลหน้าใหม่ (ถ้ายังไม่ได้อ่านกดคลิกที่ลิ้งนี้ได้เลยครับ) วันนี้ผมขอมาต่อด้วยวิธีแก้จากประสบการณ์ตรงของผมไล่ทีละข้อนะครับ

1) ตัวคันจิที่เป็นชื่อเฉพาะ, ชื่อคน, สถานที่ต่างๆซึ่งมีคำอ่านแบบพิเศษ (ซึ่งคนญี่ปุ่นบางคนยังอ่านไม่ได้) บางตัวมีคำอ่านที่หลากหลาย และไม่เคยผ่านตานักแปลเลย

หากต้องการแปลชื่อคน แนะนำ ให้ใช้เวป http://kanji.reader.bz/ เป็นเวปอย่างเป็นทางการที่มีฐานข้อมูลชื่อคน และมีวิธีอ่านให้ แต่ชื่อคนญี่ปุ่นบางคน เช่น 新穂(にいほ、にいぼ)、宏一(こういち、ひろかず)、賢人(けんじん、たかひと、たかじん、よしと、よしひと、よしじん、まさと、) นั้นมีวิธีอ่านหลายแบบ แนะนำให้ถามเจ้าตัว หรือ ขอให้เวปแปลภาษาถามมาให้ก่อนครับ เพราะผมเองก็แปลผิดอยู่บ่อยๆ

ส่วนการแปลชื่อสถานที่ แนะนำให้หาใน Wikipedia หรือเสิร์จใน Google ตรงๆไปเลยครับ (ไม่ใช่ Google translate นะครับ) เพราะการเสิร์จใน Google จะเจอในหน้าเวปที่เป็นทางการเลยครับ


2) การแปลจากภาษาไทย หรือ ภาษาอื่นๆ ให้เป็นภาษาญี่ปุ่นให้ได้อย่างถูกต้อง (ซึ่งต้องใช้ความรู้ภาษาญี่ปุ่นระดับสูง และประสบการณ์แขนงต่างๆ)

กรณีนี้ต้องฝึกจากการอ่านไวยากรณ์เยอะๆ จะได้มีรูปแบบการใช้ที่หลากหลาย หรือ ดูตัวอย่างจากการแปลของล่ามรุ่นพี่ครับ ทางที่ดีตีสนิทเพื่อนคนญี่ปุ่นไว้เยอะๆครับ เมื่อเราแปลเสร็จให้คนญี่ปุ่น ตรวจคำและไวยากรณ์ให้ แล้วเราจะได้ฝึกไปในตัว อันนี้ต้องมีความพยายามสูงและประสบการณ์ล้วนๆ ครับ


3) การแปลสำนวนคำพังเพย หรือ คำประสมจากภาษาญี่ปุ่นให้เป็นภาษาไทย หรือ ภาษาอื่นๆ (ซึ่งต้องเปิดหาตามเวปไซต์ภาษาญี่ปุ่นแบบเฉพาะทาง) และต้องอ่านบริบทนั้นๆเพื่อความเข้าใจที่ถ่องแท้ก่อนแปล

การที่จะแปล สำนวนคำพังเพยและคำประสมได้นั้น ต้องพึ่งหนังสือเฉพาะทาง หรือเวปไซต์คำพังเพยเท่านั้นครับ

มีเวปนึงที่ผมชอบใช้บ่อยๆ คือ http://www.j-campus.com/ เวปนี้รวบรวมคำพังเพยไว้อย่างครบถ้วน แปลเป็นไทย มีคำบรรยาย พร้อมรูป แถมเวลากด Refresh มันจะ Random คำพังเพยใหม่ๆ มาให้เราศึกษาเพิ่มเติมด้วยครับ


4) การแปลประโยคที่ยาวๆ มีคำศัพท์เฉพาะทางที่เราไม่ถนัดเยอะๆ กว่าจะอ่านเข้าใจและตีความได้แต่ละย่อหน้าต้องใช้เวลานาน

การแปลประโยคยาวๆ และ คำศัพท์เฉพาะทาง ผมจะใช้เทคนิค มาร์คเฉพาะจุด โดยเน้นคำศัพท์ที่เรายังไม่เข้าใจ รวบรวมไว้ก่อน แล้วไปเสิร์จหาตามเวปครับ ยิ่งเจอพวกสัญญา กฎหมาย จะเป็นอะไรที่ซับซ้อนมาก เพราะบางทีภาษาไทยเองเรายังไม่เข้าใจ ต้องแปลจากไทยเป็นไทยอีกที กรณีนี้ ให้ลองตัดประโยคตามจุดฟูลสต๊อป และไล่แปลจากคำศัพท์ท้ายประโยคมาหาหน้าประโยคดูครับ แล้วค่อยนำมาเรียบเรียงอีกที ถือว่าเป็นสายแข็งที่ต้องใช้ประสบการณ์และผู้รู้เฉพาะทางคอยแนะนำครับ


5) การแปลสัญญา หรือ เอกสารทางราชการ (อันนี้ต้องมีประสบการณ์ล้วนๆ ครับ ถึงจะแปลได้ออกมาดี)

อันนี้เหมือนข้อ 4 เลยครับ ต้องใช้สื่อหลายสื่อและผู้รู้เฉพาะทางคอยแนะนำครับ


6) การแปลเอกสารที่ส่งมาเป็นไฟล์ PDF หรือ ภาพถ่าย บางทีก็มองเห็นตัวอักษรไม่ชัด (คันจิเวลาถูกแปลงเป็น PDF หรือ ถ่ายมามันจะกลายเป็นก้อนๆ ต้องจ้องสัดส่วนหรืออ่านประโยคเพื่อตีความ) แถมต้องสร้างเอกสารใหม่ให้เหมือนต้องฉบับ

กรณีนี้ต้องมีสกิลด้าน Excel และ Word พอสมควรครับ จะเห็นได้ว่านักแปลหน้าใหม่จะเข็ดขยาดกับการแปลประเภทนี้มาก เช่นนี้แล้ว จำเป็นต้องฝึกใช้ Hot key ใช้คล่องๆ วางนิ้วให้ถูกสรีระและปรับปุ่มการใช้งานให้เหมาะสมกับการวางนิ้วด้วยครับ เพราะถ้ามัวแต่นั่งคลิ๊กเมาส์ เพื่อที่จะสร้างตารางทีละช่องผมว่าเมื่อยและตาลายมากครับ

ครับ และทั้งหมดนี้ก็เป็นปัญหาที่ผมพบและวิธีแก้จากประสบการณ์ของผมเองครับ หากใครพบปัญหาอะไรจากการแปลภาษาญี่ปุ่น และมีวิธีแก้ดีๆ สามารถมาแบ่งปันกันได้นะครับ ขอบคุณครับ



อัพโหลดเอกสารเพื่อประเมินราคา

* อัพโหลดไฟล์งาน รองรับได้ทั้ง jpg., .doc., .docx, .xls., .pdf, อื่นๆ