ทักษะและคุณสมบัติของนักแปลมืออาชีพ

นักแปลมืออาชีพต้องมีความซื่อสัตย์ในวิชาชีพของตนเอง เพื่อให้ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานและวงการแปลภาษา เพราะงานแปลภาษาทุกงานที่ได้รับมอบหมายนั้นล่วนมีความสำคัญอย่างมากในการสื่อสารระหว่างประเทศ ดังนั้นทักษะและคุณสมบัติเบื้องต้นที่นักแปลมืออาชีพควรมีคือ

  • ทักษะด้านภาษา ถือเป็นสิ่งสำคัญสำหรับนักแปลภาษามืออาชีพ เพราะต้องมีความรู้ในภาษาต้นฉบับและภาษาที่เป้าหมายที่แปล เพื่อให้งานแปลออกมาถูกต้อง แม่นยำมากที่สุด
  • ทักษะการวิเคราะห์และตีความหมาย นักแปลภาษาต้องสามารถวิเคราะห์และตีความหมายเนื้อหาของงานแปลได้อย่างถูกต้อง เพื่อให้เข้าใจความหมายของเนื้อหาที่แปล และถูกต้องครบถ้วนตามต้นฉบับ
  • ทักษะด้านการใช้เทคโนโลยี สำหรับยุคสมัคยนี้นักแปลที่สามารถใช้เทคโนโลยีได้ถือเป็นข้อได้เปรียบ เพราะจะเข้าถึงแหล่งความรู้ได้เร็ว และสามารถเพิ่มประสิทธิภาพหรือคุณภาพของการแปลได้ดียิ่งขึ้น
  • มีความรู้ในสาขาวิชาเฉพาะ สำหรับนักแปลภาษาที่มีความสนใจในการแปลเอกสารเฉพาะทาง เช่น แปลด้านการแพทย์ แปลด้านกฎหมาย แปลด้านบัญชีและการเงิน เป็นต้น ต้องมีความรู้ในด้านนั้นๆอย่างถ่องแท้ จึงจะช่วยให้สามารถทำงานแปลได้อย่างมีประสิทธิภาพ

  • ทักษะด้านการเขียนและการสื่อสาร นักแปลภาษาควรมีทักษะในการเขียนที่เป็นระบบ มีความชัดเจน เพื่อสื่อสารให้ผู้อ่านในภาษาเป้าหมายได้เข้าใจเนื้อหาอย่างถูกต้อง
  • มีความรับผิดชอบ นักแปลภาษาควรมีความรับผิดชอบต่องานที่ได้รับมอบหมาย เช่น การส่งมอบงานแปลตามเวลาที่กำหนด เป็นต้น และมีความซื่อสัตย์ในเรื่องการแปล โดยทำการแปลด้วยตัวเอง ไม่ใช้เครื่องมือในการแปล เพื่อเป็นการฝึกฝนและพัฒนาตัวเองในด้านการแปลไปด้วย
  • ทักษะด้านการค้นคว้าและการเรียนรู้ นักแปลภาษาที่มีการพัฒนาตัวเองอยู่เสมอหรือนักแปลที่เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ พร้อมมีการค้นคว้าในสิ่งที่ไม่รู้ ให้ได้รับคำตอบที่ถูกต้อง และนำกลับมาใช้ในเรื่องของการแปล ถือเป็นนักแปลที่มีคุณภาพ เพราะคำศัพท์บางอย่างอาจจะมีการปรับเปลี่ยนเพื่อสื่อความหมายได้ถูกต้องมากยิ่งขึ้น

  • ทักษะการสื่อสารระหว่างวัฒนธรรมและความรู้ทางวัฒนธรรม นักแปลภาษาควรมีความรู้และความเข้าใจในวัฒนธรรมของภาษาเป้าหมาย เพื่อให้สามารถแปลผ่านมุมมองทางวัฒนธรรมได้อย่างถูกต้องและสื่อสารได้อย่างเหมาะสม
  • ทักษะการแก้ไขงานแปล นักแปลภาษาควรตรวจสอบ และแก้ไขงานแปล พร้อมหาข้อมูลเพิ่มเติ่มในส่วนที่ไม่ถูกต้องหรือในส่วนที่ลูกค้าสงสัย เพื่อนำมาปรับแก้ไขให้ถูกต้องและอธิบายให้กับลูกค้าได้เข้าใจ

จากทักษะทั้งหมดที่กล่าวมาข้างต้น หากต้องการเป็นนักแปลมืออาชีพ ต้องมีการพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ ต้องทันเทคโนโลยี่ และต้องมีการเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา เพราะ อาชีพนักแปลภาษา ถือเป็นอาชีพที่มีบทบาทสำคัญในการสื่อสารระหว่างภาษาและวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน เพื่อให้เข้าใจเนื้อหาและความหมายของข้อมูลที่ต้องการจะสื่ออย่างถูกต้อง